หน้าแรก ข่าว แหล่งงาน กระทู้ สมุดเยี่ยม
News home.


คอลัมน์ข่าว

ข่าวเลือกตั้ง [140]
ทั่วไป [444]
ศิลปวัฒนธรรม [21]
ชายแดนใต้ [122]
รัฐกิจ [10]
อาชญากรรม [102]
ข่าวการเมือง [220]
ท่องเที่ยว [94]
เศรษฐกิจ [85]
การศึกษา [74]
ข่าวแหล่งงาน [348]
สิ่งแวดล้อม [136]
กีฬา [8]
ประชาสังคม [26]
รายงานพิเศษ [65]
รายงานพิเศษ : หน้าหลัก.
ดิเกฮูลู “สารสันติภาพ”
โดย thaisouth team เมื่อ 6 ธ.ค. 2548 21:49 น. ( ip )
click to view full image : huhu.jpg , 33,375 bytes , 283x191 pixel
หากรายการ “นายกฯทักษิณคุยกับประชาชน” ทุกเช้าวันเสาร์ คือ ความพยายามในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลให้ประชาชนทั้ง 76 จังหวัด ได้รับทราบผ่านทางวิทยุกระจาย เสียงของกรมประชาสัมพันธ์แล้วละก็...
     
      คงไม่แปลกถ้าจะกล่าวว่า “คำร้อง” ในภาษามลายูท้องถิ่นของ “ดิเกฮูลู” ก็คือ “สาร” ที่อัดแน่นด้วยสาระและข้อคิดจากศิลปินที่กำลังร้องและรำอยู่บนเวที ที่สื่อไปยังผู้ชมทั้งชาวไทยพุทธ-มุสลิม โดยมี “นัย” ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า
     
เปิดตำนานดิเกฮูลู
     
      ดิเกฮูลู ถือเป็นการละเล่นพื้นบ้านของจังหวัดชายแดนภาคใต้ คำว่า “ดิเกร์” หรือ “ซี เกร์” ซึ่งภายหลังเขียนเพี้ยนเป็น “ดิเก” มาจากภาษาเปอร์เซีย หมายถึง การอ่านทำนองเสนาะและเพลงสวดเพื่อสรรเสริญพระเจ้า อีกนัยหนึ่งคือ กลอนเพลงตอบโต้ การส่วนคำว่าฮูลู แปลว่า ใต้หรือทิศใต้ รวมความแล้วหมายถึง การขับบทกลอนเป็นทำนองเสนาะจากทางใต้
     
      เจะปอ สะแม เจ้าของคณะดิเกฮูลูแหลมทราย เล่าว่า การแสดงของดิเกฮูลูทางภาคใต้จะมีความแตกต่างจากลิเกไทยภาคกลางอย่างชัดเจน ทั้งด้านการแต่งกาย เครื่องดนตรี เนื้อเรื่อง ฉากแสงสีเสียง และการตั้งวงแสดงที่มีลักษณะคล้ายกับวงลำตัด โดยคณะหนึ่งประกอบด้วยลูกคู่ประมาณ 17 คน แต่จะมีผู้ขับร้องประจำคณะเพียง 2-3 คนเท่านั้น
     
      “นักแสดงจะนั่งเป็นแถวๆ ของคณะเรามีทุกวัย ตั้งแต่เด็กเล็กๆ 8-9 ขวบ นักแสดงวัยรุ่น วัยกลางคน และคนสูงอายุ ทุกคนจะทำหน้าที่ร้องรับและปรบมือ โยกตัวเหมือนปอเต๊ะ ซึ่งลีลาเฉพาะตัวของแก ไม่เคยมีนักแสดงคนไหนเลียนแบบได้เลย”
     
      โต้โผคณะดิเกฮูลูวัย 53 ชี้มือไปยังปอเต๊ะ ชายชราที่อยู่ในชุดนิก๊ะสีม่วง ซึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิโยกตัวให้เข้ากับจังหวะเพลง ในขณะที่มือสองข้างก็ยกขึ้นรำสลับกับการเขย่าลูกแซ็กอยู่ที่หน้าเวที
     
      ปอเต๊ะ อารี วัย 63 ปี เป็นชาวอำเภอยะหริ่ง จ.ปัตตานี หัดเล่นดิเกฮูลูตั้งแต่อายุ 13 โดยได้รับค่าจ้างจากการแสดงคืนละถึง 60 บาท ในขณะที่ปัจจุบันค่าตัวของศิลปินชาวบ้านผู้นี้มีราคาเพียง 1,500-2,000 บาทต่อคืนเท่านั้น และแม้จะทราบดีว่าการแสดงดิเกฮูลูมักจะมีงานไม่แน่นอน แต่เนื่องจากครอบครัวมีอาชีพหลัก คือ การทำนาและปลูกยางพาราอยู่แล้ว จึงทำให้ชายชราผู้นี้ไม่เดือดร้อนมากนัก
     
“สมัยก่อนดิเกฮูลูไม่ได้มีชุดแต่งสวยงามเหมือนตอนนี้ แต่งตัวแบบง่ายๆ สวมโสร่ง ใส่เสื้อคอกลม แล้วก็ใช้ผ้าโพกหัว มีขวานเหน็บไว้ข่มขวัญคู่ต่อสู้ที่เราต้องไปประชัน แต่หลายปีที่ผ่านมา เสื้อผ้าสวยขึ้น มีการประยุกต์ชุดนิก๊ะ ซึ่งเป็นชุดที่ผู้ชายจะสวมในวันแต่งงานมาใช้ ทำให้ดูสวยขึ้น ส่วนเครื่องดนตรียังเหมือนเดิม” ศิลปินพื้นบ้านผู้มีท่าโยกตัวเร้าใจคนดู กล่าวถึงพัฒนาการของดิเกใต้
     
      สำหรับเครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบจังหวะ เพื่อสร้างความสนุกสนานในการแสดงดิเกฮูลูนั้น ประกอบด้วย บานอเล็ก บานอใหญ่ หรือ “รือบานา” (กลองรำมะนา) 2 ใบ , โก่ง (โหม่ง) 1 ใบ , ฆ้องวง 1 ลูก และลูกแซ็ก 1 คู่ บางครั้งอาจมีขลุ่ยเป่าคลอขณะลูกคู่ขับร้อง เนื่องจากขณะที่ร้องหรือขับกลอน ดนตรีจะต้องหยุดบรรเลง
     
      เจะปอ บอกว่า การแสดงดิเกฮูลูจะไม่ใช้นักแสดงหญิงเด็ดขาด เนื่องจากตามหลักศาสนาแล้ว หญิงชายที่ไม่ใช่สามีภรรยา ไม่ควรจะอยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิด
     
      นอกจากนี้ นักแสดงมักจะต้องเดินทางออกนอกพื้นที่บ่อยๆ ซึ่งไม่เหมาะสำหรับผู้หญิง และการเป็นนักแสดงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปิดเผยหน้าตา ในขณะที่การสวมฮิญาบของสตรีมุสลิมก็ไม่ใช่เป็นแฟชั่นที่สามารถถอดผ้าคลุมศีรษะเมื่อใดก็ได้
     
      “การนำผู้หญิงไปร้องและเต้น ตามหลักศาสนาอิสลามแล้วไม่เหมาะสม ดังนั้น ตั้งแต่อดีตจนถึงทุกวันนี้ ดิเกฮูลูทุกคณะจึงไม่มีผู้หญิงมาเป็นนักแสดงเลย” โต้โผลดิเกคณะแหลมทราย ย้ำ
     
ดิเกฮูลูนักสู้ชายแดนใต้
     
“ตานี ยะลา นรา สตูล สงขลา เราพี่น้องกัน ฮินดู จีน พุทธ คริสต์ อิสลามต่างศาสนา แต่ก็ไม่สำคัญ” เสียงเพลงสานฝันสู่ความจริงที่ขับขานโดย สุกรี เจ๊ะมะ นักแสดงดิเกฮูลูเป็นภาษาไทยสลับมลายูด้วยจังหวะคึกคัก ทำให้สายตาผู้ชมทุกคู่ต่างจดจ้องอยู่บนเวที ขณะที่บางส่วนก็นั่งโยกตัวตามจังหวะดนตรี
     
      เจะปอ กล่าวว่า ปัจจุบันดิเกฮูลูในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีประมาณ 100 คณะ และทุกคณะมักจะมีการปรับวิธีการเล่นและการแสดงเพื่อเรียกความสนใจจากผู้ชมอยู่เสมอ โดยเฉพาะการเดินเรื่อง ซึ่งยุคก่อนหน้านั้น เนื้อเรื่องส่วนใหญ่จะเน้นประวัติศาสตร์ และนิยายพื้นบ้าน อาทิ รามเกียรติ์ สังข์ทอง หรือตำนานวีรสตรี วีรบุรุษและผู้มีพระคุณเป็นหลัก
     
      ทว่าปัจจุบัน เรื่องลักษณะดังกล่าวแทบไม่มีอีกแล้ว เนื่องจากไม่เป็นที่นิยมของชาวบ้านและไม่ดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นให้กลับมาดูการแสดงศิลปะพื้นบ้าน ดังนั้น จึงมีการนำเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์บ้านเมืองมาสื่อสารแทน
     
      “ตอนนี้มีปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นในภาคใต้ จึงต้องศึกษาว่าพื้นที่ที่จะไปเล่นกำลังมีปัญหาอะไร หรือศึกษาว่าขณะนี้รัฐบาลมีนโยบายอะไรออกมาบ้าง แล้วจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในพื้นที่อย่างไร จากนั้นเราก็จะวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมืองให้เขารับรู้ด้วย ไม่ใช่มาดูเพื่อความบันเทิงอย่างเดียว” โต้โผดิเกคณะแหลมทรายอธิบายนัยที่ซ่อนอยู่
     
      ความนัยที่ขับออกมาโดยเฉพาะกับปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้จะกระทบใจรัฐบาลอยู่บ้าง แต่สำหรับชาวบ้านและศิลปินแล้ว คือ คำปลอบประโลม เห็นใจกันและกัน เพราะคำประกาศที่ว่าจะใช้นโยบายแก้ปัญหาแบบสันติวิธีของรัฐบาลนั้น สวนทางกับการกระทำอย่างสิ้นเชิง
     
      “เวลาร้องก็เหมือนกับที่เรานั่งคุยกับเพื่อนบ้าน ปรับทุกข์กันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นรัฐบาลวินิจฉัยโรคไม่พบ จึงทำให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมา ศัตรูของรัฐ ไม่ใช่ชาวบ้าน แต่เป็นคนข้างนอก ไทยพุทธ มุสลิมไม่ใช่ศัตรูกัน คนที่กำลังสร้างปัญหา ก็ยังไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นคนไทยที่รัฐต้องเข้าไปดูแล” เจะปอ อธิบายสารที่สื่อผ่านถึงผู้ชม
     
      โต้โผลิเกคณะแหลมทราย อธิบายอีกว่า ปัจจุบันผู้ชมดิเกฮูลูมีพัฒนาการด้านความรู้มากขึ้น ดังนั้น นักแสดงที่ยืนอยู่บนเวทีจะต้องศึกษาข้อมูลให้ลึกซึ้งมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะนโยบายของรัฐบาลที่ลงมายัง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
     
      “อย่างกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายทำโครงการซีฟู้ด แบงก์ ในอ่าวปัตตานี คือ เขาจะออกโฉนดน้ำ เราก็ต้องมาหาข้อมูลว่า สิ่งเหล่านี้ถ้ามันเกิดขึ้นจริงจะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติอย่างไร วันข้างหน้าวิถีชีวิตของพวกเราจะเป็นอย่างไร เพราะมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตรงนี้ชาวบ้านต้องรู้” เจะปอ ระบุ
     
      อย่างไรก็ตาม สาระของคำร้องเพื่อต้องการให้สื่อให้ชาวบ้านเข้าใจและตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่อันพึงมีพึงได้ ไม่เพียงทำให้คณะดิเกฮูลูถูกมองว่าเป็นเครื่องมือทางการเมืองของกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังถูกข่มขู่จากกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ที่เข้าไปทำการแสดงด้วย เพราะสงสัยว่าพวกเขาอาจเป็นสายของเจ้าหน้าที่รัฐที่แทรกซึมเข้ามาหาข่าว
     
      “ผมนำคณะไปแสดงที่ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส เราเป็นลูกทะเล แต่ที่สุคิรินถือว่าเป็นคนภูเขา เราก็พูดเรื่องความสามัคคี และเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น พูดลงลึกมากไม่ได้เพราะกลัวจะกระทบต่อนโยบายรัฐบาล อยู่ๆ ก็มีเสียงผู้ชายโทรศัพท์ไม่โชว์เบอร์เข้ามา คุยเป็นภาษาถิ่นบ้านเรานี่แหละ”
     
“เขาถามว่า เจะปอสบายดีเหรอ ท้องฟ้ามืดนะ อากาศไม่ดี ฝนจะตกหรือเปล่า ตรงนี้มีแกะดำอยู่บ้างมั้ย”
     
      โต้โผดิเกฮูลู บอกว่า ประโยคที่ชายนิรนามพูดขึ้นมานั้น หมายถึงคำเตือนที่ชาวไทยมุสลิมต่างรับรู้ว่า เป็น “ภาษาดอกไม้” ซึ่งคนฟังสามารถทราบถึงความนัยได้ทันที
     
      “พอเขาบอกอย่างนี้ เราก็อยู่ไม่ได้แล้ว ต้องรีบออกจากพื้นที่ แล้วระหว่างทางก็ต้องดูว่ามีเรือใบดักไว้ตรงไหนหรือเปล่า” เจะปอเล่ากลั้วหัวเราะ
     
สานสัมพันธ์ไทยพุทธ-มุสลิม
     
      การแสดงดิเกฮูลูในท้องถิ่นใต้ตามประเพณีนิยม มักจะแสดงในงานพิธีต่างๆ เช่น เข้าสุนัต งานมาแกปูโละ หรืองานแต่งงาน และปัจจุบันดิเกฮูลูยังแสดงในงานเทศกาลต่าง ๆ ร่วมกับมหรสพอื่น ๆ บางท้องที่ก็แสดงในงานพิธีสำคัญ เช่น พิธีถวายพระพรในวันเฉลิมพระชนมพรรษาอีกด้วย
     
      เจะปอ เล่าว่า การแสดงดั้งเดิมของคณะดิเกฮูลูจะใช้ภาษามลายูท้องถิ่นในการสื่อสารกับผู้ชม ไม่มีการแจกบท แต่นักแสดงต้องมีไหวพริบปฏิภาณในการโต้ตอบ และหากมีการประชัน ผู้ที่ขึ้นไปขับกลอนดิเกโต้ จะต้องมีข้อมูลเพียงพอที่จะถามกลับอีกฝ่ายหนึ่ง
     
      “เราไม่ใช่ดิเกการเมือง แต่เป็นเพียงคนนำสารมาให้ ที่ผ่านมานโยบายรัฐบาลที่ออกมาหลายๆ เรื่องมันส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนมุสลิม เราแค่ต้องการสื่อให้ชาวบ้านรู้ว่ามีอะไรเข้ามา และเขาจะต้องเป็นผู้ตอบว่าต้องการอย่างไร จะเข้าไปส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาหรือไม่”
     
      แม้คอดิเกฮูลูส่วนใหญ่จะเป็นคนสูงวัย แต่ระยะ 4-5 ปีมานี้ กลับมีปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนไป กล่าวคือ วัยรุ่นโดยเฉพาะผู้ชาย ให้ความสนใจติดตามการแสดงของคณะดิเกฮูลูเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อน
     
      “เมื่อก่อนพวกเด็กวัยรุ่นจะไม่ฟังดิเกฮูลูเลย เขาว่ามันเชย ที่นี่วัตถุนิยมเข้ามาเยอะ ศิลปินเองก็ต้องปรับตัว ตอนนี้เวลาไปแสดงตามหมู่บ้าน วัยรุ่นจะชอบมากๆ เพราะเราจะคุยเรื่องปัญหาภาคใต้ให้ฟัง สถานการณ์ช่วงนี้มันมืดมาก ชาวบ้านอึดอัด แต่ไม่มีใครกล้าพูด แต่เราเป็นศิลปินมีสิทธิพิเศษ” เจะปอ ระบุ
     
      “สิทธิพิเศษ” ที่ศิลปินพื้นบ้านกล่าวถึงนั้น หมายถึงการเป็นปากเป็นเสียงแทนชาวบ้านเพื่อสื่อไปยังรัฐบาล ขณะเดียวกัน ก็นำข่าวสารต่างๆ จากรัฐไปบอกเล่าให้ชาวบ้านรับฟัง เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน
     
      “หลังเกิดเหตุการณ์ที่บ้านตันหยงลิมอ มีคนหาคณะเราไปแสดงที่นั่น แต่เราไม่รับ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เกรงจะเกิดปัญหาเรื่องข้อมูล เพราะในพื้นที่เปราะบางอย่างนั้น เราจะเล่นหรือพูดเอียงไปด้านหนึ่งด้านใดไม่ได้เลย ข้อมูลที่ไม่ตรงมันจะทำให้เกิดปัญหาในการสร้างสันติภาพ” เจะปอ บอก ก่อนจะขอตัวขึ้นไปสบทบกับศิลปินบนเวที
     
“ฉันนี้เป็นคนใต้ ถึงจะยากจนแต่ก็มีน้ำใจ ฉันพูดมลายู ถืออิสลาม แต่ก็เป็นคนไทย...”
     
      เสียงร้องเพลงภาษาไทยสลับมลายูของดิเกคณะแหลมทรายดังขึ้นอีกครั้งท่ามกลางรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของกลุ่มผู้หญิงที่สวมฮิญาบซึ่งกำลังช่วยกันแปลภาษายาวีให้คนต่างถิ่นเข้าใจ


-----------------------------------------------------

 กิ่งอ้อ เล่าฮง
      สมศักดิ์ หุ่นงาม
      ปิยศักดิ์ อู่ทรัพย์
      ศูนย์ข่าวอิศรา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

Comment #1
123
Guest
Posted : 12-1-2551 13:22:52 ip : 125...95

 แสดงความคิดเห็น

ขณะนี้เว็บไซท์ได้ทำการติดตั้ง ระบบป้องกันข้อความอันไม่พึงปรารถนา แบบอัตโนมัติ (Automatic Spam Messege Fillter) ซึ่งอาจจะส่งผลให้การบันทึกความคิดเห็น ในบางกรณีเกิดความผิดพลาดได้ ถ้าหากระบบปฏิเสธ การแสดงความคิดเห็นของท่าน ขอให้ท่านลองส่งใหม่อีกครั้ง ถ้าหากข้อความข้อท่าน ไม่ใช่ข้อความอันไม่พึงปรารถนา ก็จะสามารถส่งได้เป็นปกติ

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Text Color Background Color Hyperlink Image : member only Horizontal Rule
งง ยิ้มยิงฟัน หน้าบึ้ง โกรธ ง่วง กรอกตา ยิ้ม แลบลิ้น ขยิบตา เยี่ยม มาดเท่ห์
ป้อนเลข 0 ในช่อง - > เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกัน spam message
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน?  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 12 user(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla.
User count is 4564116 person(s) and 20719692 hit(s) since Jun,01 2004 , Total 449 member(s) , current hit time(s).