หน้าแรก ข่าว แหล่งงาน กระทู้ สมุดเยี่ยม
News home.


คอลัมน์ข่าว

ข่าวเลือกตั้ง [140]
ทั่วไป [444]
ศิลปวัฒนธรรม [21]
ชายแดนใต้ [122]
รัฐกิจ [10]
อาชญากรรม [102]
ข่าวการเมือง [220]
ท่องเที่ยว [94]
เศรษฐกิจ [85]
การศึกษา [74]
ข่าวแหล่งงาน [348]
สิ่งแวดล้อม [136]
กีฬา [8]
ประชาสังคม [26]
รายงานพิเศษ [65]
รายงานพิเศษ : หน้าหลัก.
รายงานพิเศษ : "รศ.ประเสริฐ ชิตพงศ์" จากอธิการ มอ.สู่ว่าที่ ส.ว.สงขลา
โดย thaisouth team เมื่อ 26 เม.ย. 2549 14:45 น. ( ip )
click to view full image : 1.gif , 20,073 bytes , 143x248 pixel
รศ.ประเสริฐ ชิตพงศ์ “ ผมอิ่มตัวด้านการบริหาร อยากใช้ความรู้ ประสบการณ์ช่วยพิจารณากฎหมายบ้าง”
รองศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ชิตพงศ์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งขอลาออกจากตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2549 ก่อนครบวาระ ได้รับคะแนนเสียงเป็นอันดับที่ 2 จากจำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสงขลาจำนวน 44 คน ด้วยคะแนน 44,276 คะแนน (จากผลไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2549) โดยจังหวัดสงขลาสามารถมีสมาชิกวุฒิสภาได้จำนวน 4 คน

รองศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ชิตพงศ์ ศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ระดับปริญญาตรีและปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัย Alabama A&M และปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย Rutgers สหรัฐอเมริกา เคยรับตำแหน่งระดับบริหารในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ตั้งแต่ระดับหัวหน้าภาควิชา คณบดี รองอธิการบดี อธิการบดี และประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ก่อนเข้าสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้  

อะไรคือปัจจัยหลักที่ทำให้ท่านได้รับการเลือกตั้งด้วยคะแนนที่น่าพอใจ

ผมคิดว่าในชีวิตราชการของผมที่ผ่านมาได้มีโอกาสทำงาน และมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับทั้งทางวิชาการและการบริหารอย่างยาวนาน ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์หากได้นำประสบการณ์ในด้านดังกล่าวมามีส่วนในการพัฒนาในด้านการเมือง การออกกฎหมาย สิ่งเหล่านี้ผมได้นำไปใช้ในการพบปะแนะนำตัว และทำให้สังคมส่วนหนึ่งซึ่งเป็นสังคมชนชั้นกลางมีความเห็นว่าเหมาะสม จึงให้การยอมรับและให้การสนับสนุน ประกอบกับผมมีเวลาค่อนข้างจำกัดในการแนะนำตัวเองจึงได้แนะนำตัวอยู่ในกลุ่มชนชั้นกลาง คะแนนเสียงจึงไปหนักอยู่ในเขตชุมชนเมือง ส่วนชุมชนรอบนอกที่มีอยู่บ้างจะได้จากเครือข่ายเพื่อนร่วมงานที่มีภูมิลำเนาในชนบท และเครือข่ายญาติพี่น้องที่มีอยู่มากพอสมควร นอกจากนั้นก็เกิดจากการที่ได้ทำงานในพื้นที่นี้มานาน  
   
การเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์คงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ได้รับคะแนนเสียงในครั้งนี้

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นองค์กรที่มีบทบาทต่อชุมชนและสังคมเป็นอย่างมาก ทั้งในพื้นที่จังหวัดสงขลาและระดับประเทศ จนถึงนานาชาติ บทบาทของการเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยแห่งนี้จึงทำให้เป็นที่รับรู้ของผู้คนและสังคมมากมาย ดังนั้นในเวลาอันจำกัดหากไม่ทำหน้าที่ในบทบาทนี้คงจะไม่ได้รับการสนับสนุนมากเท่านี้

ข้อจำกัดของเวลาคงเนื่องมาจากยังดำรงตำแหน่งอธิการบดีอยู่จึงไม่สามารถเปิดตัวได้เต็มที่

นั่นเป็นเรื่องที่ผมระมัดระวังมาก แน่นอนว่าการที่เราต้องทำหน้าที่อธิการบดีในขณะเดียวกันกับที่ต้องไปพบปะสังคมให้เป็นที่รู้จักเรามากกว่าการเป็นอธิการบดี เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาที่ว่าใช้เวลาราชการและตำแหน่งหน้าที่ไปเอื้อประโยชน์ส่วนตัว แต่การที่สังคมมารู้จักเราเพราะเราได้มีบทบาทในฐานะอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ไม่ได้ถือเป็นความผิด  

สนใจเรื่องกิจกรรมทางการเมืองมาตั้งแต่เมื่อใด  

โดยพื้นฐานทางครอบครัวไม่ได้สนใจเรื่องการเมือง แต่คุณพ่อเป็นผู้นำชุมชนอย่างมาเป็นทางการ ท่านเป็นผู้พัฒนาชุมชนโดยไม่ยอมเป็นกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน ท่านมักจะได้รับความไว้วางใจให้ร่วมกิจกรรมสาธารณะเป็นประจำ ผมได้มีส่วนร่วมกับชุมชนทั้งชนบทและในเมืองโดยชอบเรื่องการเขียน นักเขียนต้องมีมุมมองทางสังคมพอสมควร ผมมีประสบการณ์เรื่องการจัดทำเอกสารแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมาตั้งแต่เรียนระดับมัธยมศึกษา ขึ้นมหาวิทยาลัยก็เคยทำงานด้านวรรณศิลป์ โดยเคยร่วมทำงานกับคุณพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร (ปัจจุบันเป็นบรรณาธิการอาวุโสหนังสือพิมพ์มติชน) ท่านตั้งกลุ่มทำสื่อติดตามกิจกรรมความเคลื่อนไหวทางการเมืองของนักศึกษายุคปี 2509-2517 และออกหนังสือชื่อ “7 สถาบัน” ผมเข้าร่วมในฐานะตัวแทนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กิจกรรมในขณะนั้นแม้ไม่ถือว่าโดดเด่นแต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของพัฒนาการที่สืบเนื่องมาจนทุกวันนี้

ผมอาจจะเรียนวิชาเอกด้านพืชก็จริง แต่เรียนวิชาโทด้านมานุษยนิเวศวิทยา ผมจึงมีมุมมองทางความเป็นมาเป็นไปของพัฒนาการสังคมมนุษย์ สังคมชนบทผู้ด้อยโอกาส ระยะหลังเมื่อเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศและต้องกลับมารับราชการก็ไม่ได้ทำหน้าที่นี้ต่อเนื่องมากนัก แต่ก็ยังคงได้รับเชิญไปพูดคุยทางสังคมมากมาย และพยายามไม่ให้มหาวิทยาลัยทิ้งห่างจากสังคม  
     
อะไรคือปัจจัยหลักให้ตัดสินใจร่วมกิจกรรมการเมืองในช่วงเวลานี้

ประการแรก ผมทำงานบริหารและวิชาการมานานจนเป็นข้าราชการระดับ 10 เคยเป็นประธานที่ประชุมอธิการบดี ผมอิ่มตัวทางด้านการบริหาร หากมีใครมาชวนให้เป็นอธิการบดีอีกก็ต้องคิดหนัก แต่หากเราใช้ประสบการณ์ที่เราอิ่มตัวแล้วไปช่วยออกตัวบทกฎหมายโดยเฉพาะในเรื่องที่ผมมีความถนัดเช่นด้านการศึกษา การเกษตร สิ่งแวดล้อม การพัฒนาสังคมก็น่าจะเป็นประโยชน์

ประการที่สอง ผมได้รับอิทธิพลทางด้านพื้นฐานความคิดทางสังคมมาจากการอ่านหนังสือของนักเขียนหลายท่าน เช่น เสนีย์ เสาวพงศ์ และศรีบูรพา เป็นต้น เมื่อเราสนใจเรื่องนี้อยู่แล้วประกอบกับความอิ่มตัวในการบริหาร ทำให้ตัดสินใจทำงานให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบอื่น

ถ้าอย่างนั้นทำไมจึงไม่ลองลงสมัคร ส.ส.

โดยความคิดส่วนตัวแล้ว ส.ส.ต้องอยู่ในกรอบของพรรคการเมือง แม้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่การที่เรามีความคิดแล้วนำมาสู่การปฏิบัติจะถูกตีกรอบโดยเงื่อนไขของพรรค ทำให้ความมีอิสระทางด้านความคิดจะมีได้ไม่มาก แต่สำหรับ ส.ว.แล้วเราเป็นกลาง ไม่มีอะไรจะมามีอิทธิพลต่อความคิดของเราได้ นอกจากนั้น ส.ส.ยังต้องเข้าไปเกี่ยวพันกับการบริหารที่ผมได้บอกแล้วว่าอิ่มตัว แต่ถ้ามาทางสายนิติบัญญัติ ฝ่ายตรวจสอบ ติดตาม ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญของ ส.ว.น่าจะเป็นบทบาทที่ผมสนใจมากกว่า  

มีเรื่องอะไรที่จะไปผลักดันเป็นพิเศษในฐานะที่เป็น ส.ว.  

มีทั้งเรื่องที่ผลักดัน และใช้ความรู้ความสามารถในการดูแลแก้ไขและแก้ปัญหา ผมยังคิดว่าในเรื่องที่ผมมีความรู้ความเข้าใจ เช่นทางด้านการศึกษา การเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาสังคม แม้กระทั่งความสัมพันธ์กับต่างประเทศ เป็นกลุ่มที่ผมสนใจและมีความถนัด แต่ก็ไม่ได้มองข้ามส่วนอื่นๆ  
 
หากภาพลักษณ์ของท่านมาจากภาพของ ม.อ. ส่วนหนึ่ง แต่คะแนนของท่านมาจากชุมชนเมืองเป็นส่วนใหญ่ คิดว่ามหาวิทยาลัยจะต้องเข้าไปมีบทบาทในชนบทเพิ่มขึ้นหรือเปล่า  

นั่นเป็นส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งคือพฤติกรรมในการตัดสินใจทางการเมืองของผู้มีสิทธิออกเสียงในชุมชนเมืองกับในชนบทจะแตกต่างกัน ชุมชนเมืองจะเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคล หรือการเก็บข้อมูลปรึกษาหารือกัน แต่ไม่มีใครที่ถึงขั้นไปมีอิทธิพลในการตัดสินใจของชุมชนเมืองมากนัก แต่สำหรับชุมชนชนบทรอบนอก การตัดสินใจจะใช้สิทธิ์ออกเสียงขึ้นอยู่กับปัจจัย 2-3 ประการ ประการแรกคือมีความสัมพันธ์ที่เป็นเครือญาติ หรือความเกรงใจกัน ประการถัดมาคือระบบอุปถัมภ์ ความรู้สึกมีบุญคุณที่เคยช่วยเหลือกัน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของสังคมชนบทที่อาศัยการพึ่งพากันเพราะมีความไม่พร้อมอยู่มาก การตัดสินใจของคนสองกลุ่มจะแตกต่างกัน

ดังนั้น จากคะแนนที่ได้ หากจะคิดว่ามหาวิทยาลัยจะต้องไปมีส่วนร่วมกับท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้นหรือเปล่า ผมคิดว่ามหาวิทยาลัยคงจะต้องมีบทบาทในการสร้างความสัมพันธ์ที่ชาวบ้านสามารถเข้าถึงได้ และมีความรู้สึกภูมิใจในมหาวิทยาลัย

นอกจากนั้น ในระยะเวลา 3 สัปดาห์ที่ได้ลงพื้นที่เพื่อแนะนำตัวได้เห็นความไม่พร้อมและความขาดโอกาสในการเข้าถึงสิ่งที่เป็นเงื่อนไขของการพัฒนา หรือได้รับประโยชน์จากรัฐ ดังนั้นมหาวิทยาลัยของเรายังต้องมีบทบาทอีกมากในการเข้าถึงชุมชนเพื่อให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น

ปัญหาที่หนักใจที่สุดในการเดินสายแนะนำตัวเอง  

เรื่องของเวลา ผมต้องตื่นแต่เช้าตรู่ กลับถึงบ้าน 4-5 ทุ่ม แต่ผมจะเข้าไปในพื้นที่ๆ มีเครือข่ายญาติมิตร เพื่อนฝูงอยู่ ผู้สมัครหลายท่านได้มีโอกาสแนะนำตัวเองล่วงหน้านานมาก แต่สำหรับผมได้ตัดสินใจลงสมัคร ส.ว.เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ และลงสนามตั้งแต่ 21 มีนาคม แต่ใช้เวลาในพื้นที่จริงๆ เพียง 3 สัปดาห์เท่านั้น  
เคยคาดหวังเรื่องคะแนนเสียงไว้ระดับไหน  

ผมคาดหวังไว้ 45,000 คะแนน และได้ความช่วยเหลือจากพรรคพวกในการตรวจสอบอยู่ตลอด มีคนบอกว่าหากได้คะแนนประมาณ 40,000 คะแนนจะมีโอกาสได้รับเลือก แต่ถ้าจะให้แน่นอนควรจะได้ประมาณ 50,000 เสียงขึ้นไป  

ดูจากประวัติการศึกษาแล้วนับว่าเป็นผู้ประสบความสำเร็จในการศึกษามากเพราะเริ่มต้นจากครอบครัวเกษตรกรในชนบท  

คุณพ่อเป็นคนแรกๆของหมู่บ้านที่ส่งลูกเรียน พี่ชาย(รองศาสตราจารย์ ดร.สมบูรณ์ ชิตพงศ์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ) เป็นคนที่สองของหมู่บ้านที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญา และต่อมาก็ได้ขึ้นถึงระดับปริญญาเอก เมื่อถึงรุ่นผมก็มีเพื่อนหลายคนเรียนถึงระดับปริญญาเช่นกัน ผมเป็นคนรักการอ่านหนังสือซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนังสือที่พี่ขอยืมมาไว้ที่บ้าน สิ่งสำคัญคือคุณพ่อบอกว่าหากตัดสินใจจะเรียนก็ต้องเรียนจริงจัง จึงทำให้ผมตั้งใจเรียนและได้คะแนนดีมาตลอด

เมื่อจบโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ผมเข้ามหาวิทยาลัยในสาขาที่นักเรียนเตรียมอุดมไม่ค่อยเรียน คือเกษตรศาสตร์ เพราะมีความคิดในเชิงการกลับสู่ชนบทซึ่งเป็นรากเหง้าเดิมของชีวิต เป็นการเรียนไปทำงานไปเพื่อลดภาระทางบ้านโดยตั้งเป้าหมายความสำเร็จไว้ที่ระดับปริญญาเอก และอยากหาประสบการณ์ที่ต่างประเทศ ดังนั้นเมื่อจบปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงไปศึกษาต่อที่อเมริกาโดยไม่ได้สนในสมัครขอทุน และทำงานสะสมเงินไว้ศึกษาต่อระดับปริญญาเอก แต่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้ติดต่อให้กลับมาทำงานในจังหวัดบ้านเกิด และได้กลับไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอกอีกครั้งด้วยทุนฟุลไบร้ทหลังจากมีครอบครัวแล้ว  

การลงสมัคร ส.ว. ครั้งนี้ครอบครัวมีความเห็นอย่างไร  

ลูกชายเห็นด้วยเต็มที่เพราะเขาจบรัฐศาสตร์ ลูกสาวไม่ค่อยอยากให้พ่อเหนื่อย ภรรยาบอกว่าหากไม่ไปทำอะไรที่เป็นสิ่งเสียหายก็ไม่ขัดข้อง ญาติพี่น้องบอกว่าหากจะสมัครจริงก็ต้องช่วยกัน

ที่สำคัญคือเพื่อนๆ ทั้งสมัยที่เรียนโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย เพื่อนเรียนมหาวิทยาลัย และเพื่อนร่วมงานหลายคนบอกว่า หากหมดวาระการเป็นอธิการบดีแล้วไปนั่งอยู่ในมุมเล็กๆ เพื่อสอนหนังสือต่อคงจะไม่เหมาะ เพราะด้วยลักษณะเฉพาะของผมหลายอย่างเช่นความสนใจด้านการเมือง ความกล้า มีจุดยืน บวกกับประสบการณ์ทางด้นวิชาการและการบริหาร น่าจะเสนอตัวไปทำงานในอีกระดับดูบ้าง ซึ่งนั่นเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ผมได้นำมาประกอบการตัดสินใจในครั้งนี้


ภาพ/ข่าว www.psu.ac.th
Comment #1
ยนรนาร
Guest
Posted : 5-6-2552 10:14:50 ip : 124...174

สามารเก้มทาสใ


พ้




ก้เเดเกด
อแ
 แสดงความคิดเห็น

ขณะนี้เว็บไซท์ได้ทำการติดตั้ง ระบบป้องกันข้อความอันไม่พึงปรารถนา แบบอัตโนมัติ (Automatic Spam Messege Fillter) ซึ่งอาจจะส่งผลให้การบันทึกความคิดเห็น ในบางกรณีเกิดความผิดพลาดได้ ถ้าหากระบบปฏิเสธ การแสดงความคิดเห็นของท่าน ขอให้ท่านลองส่งใหม่อีกครั้ง ถ้าหากข้อความข้อท่าน ไม่ใช่ข้อความอันไม่พึงปรารถนา ก็จะสามารถส่งได้เป็นปกติ

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Text Color Background Color Hyperlink Image : member only Horizontal Rule
งง ยิ้มยิงฟัน หน้าบึ้ง โกรธ ง่วง กรอกตา ยิ้ม แลบลิ้น ขยิบตา เยี่ยม มาดเท่ห์
ป้อนเลข 0 ในช่อง - > เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกัน spam message
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน?  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 5 user(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla.
User count is 4564106 person(s) and 20719661 hit(s) since Jun,01 2004 , Total 449 member(s) , current hit time(s).