หน้าแรก ข่าว แหล่งงาน กระทู้ สมุดเยี่ยม
News home.


คอลัมน์ข่าว

ข่าวเลือกตั้ง [140]
ทั่วไป [444]
ศิลปวัฒนธรรม [21]
ชายแดนใต้ [122]
รัฐกิจ [10]
อาชญากรรม [102]
ข่าวการเมือง [220]
ท่องเที่ยว [94]
เศรษฐกิจ [85]
การศึกษา [74]
ข่าวแหล่งงาน [348]
สิ่งแวดล้อม [136]
กีฬา [8]
ประชาสังคม [26]
รายงานพิเศษ [65]
รายงานพิเศษ : หน้าหลัก.
บันทึกหลังเหตุการณ์จับครูเป็นตัวประกัน
โดย thaisouth team เมื่อ 20 พ.ค. 2549 20:12 น. ( ip )
24 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุการณ์ชาวบ้านจับครูสาวโรงเรียนบ้านกูจิงลือปะเป็นตัวประกันเพื่อต่อรองให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อย 2 ผู้ต้องหาคดีลอบยิงนาวิกโยธินชุดรักษาความปลอดภัยสถานีรถไฟบ้านลาโล๊ะ อำเภอรือเสาะ เสียชีวิต 2 ศพเมื่อเดือนมกราคม 2544 และได้ลงมือทำร้ายครู 2 คนจนบาดเจ็บ 1 ในนั้นบาดเจ็บสาหัสอาการเข้าขั้นโคม่า คือนางสาวจูหลิง ปงกันมูล ครูสาวชาวจังหวัดเชียงรายที่เพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการครูถึง 1 ปี
วันนี้เราเดินทางเข้าหมู่บ้านแห่งนี้อีกครั้ง พร้อมกับข่าวคราวที่ได้ยินว่าครูจูหลิงถูกย้ายจากโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมืองนราธิวาสไปรักษาที่ต่อที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

          จากตัวอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาสเข้าไปทางน้ำตกซีโป ประมาณ 20 กิโลเมตร สองข้างทางรกครึ้มด้วยแมกไม้ สวนผลไม้ ป่ายางพาราสลับกับทุ่งนาและบ้านเรือนผู้คน

           ถนนสองเลนราดยางในสภาพเก่าเต็มที หลุมบ่อผุดพรายเต็มท้องถนน นานสักครั้งจะมีรถมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านแล่นผ่านมาสักคัน คงไม่เกินเลยไปนักหากจะกล่าวว่าถนนสายดังกล่าวเข้าขั้นเปลี่ยวและอันตราย ในระยะไม่ถึง 1 กิโลเมตรจะพบกับด่านไม้ไผ่สีขาวสลับแดงที่ทหารนำมาวางกั้นไว้กลางถนน เพื่อสกัดให้รถราชะลอความเร็วลง ซึ่งเราเห็นจนชินตาตามถนนทางทั่ว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เมื่อเราอยู่บนถนนเส้นนี้ คล้ายกับมีสัญญาณบางอย่างเตือนให้เรามีสติกับสิ่งที่อยู่ด้านหน้า

          แยกจากถนนสายระแงะ-ศรีสาคร เป็นถนนลาดยางเล็กๆที่วิ่งเข้าหมู่บ้าน “กูจิงลือปะ” ภายในหมู่ 4 ตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เข้าไปไม่ไกลถนนก็ถูกปิดเส้นทางด้วยต้นไม้ที่ถูกโค่นลงมาทับพาดถนนเต็มทั้งเส้น ที่นั่นมีทหารอยู่ 2-3 นายเฝ้าอยู่และแนะนำให้เราไปอีกเส้น

          “เข้าไม่ได้หรอกครับต้องไปอีกเส้นหนึ่ง เราต้องปิดหมู่บ้านก่อนเพื่อให้ชาวบ้านมาแสดงความบริสุทธิ์ใจกัน” พลทหารรายหนึ่งบอก ทำให้เราต้องย้อนกลับไปเส้นทางเดิมเพื่ออ้อมไปอีกทาง และก็เจอกับทหารตลอดสองฟาก เนื่องจากตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เมื่อเย็นวานก็มีทั้งหน่วยรบพิเศษและทหารพรานลงมาประจำอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะวันนี้ ทางแม่ทัพภาค 4 และ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9ลงมาดูที่เกิดเหตุ

           วันนี้หมู่บ้านถูกปิดจริงๆอย่างที่พลทหารรายหนึ่งบอกไว้ อีกทางหนึ่งทหารนำท่อนไม้มาวางบนถนนพร้อมกับตรวจเข้มชาวบ้านที่ต้องการเข้า-ออก เราเห็นชาวบ้านส่วนใหญ่นั่งจับเจ่าอยู่กับบ้านตนเอง มีหลายคนออกมาชะเฮ้อมองขบวนรถยีเอ็มซีและรถหุ้มเกราะของทหารที่วิ่งผ่านไปมาอยู่เป็นระยะ

           รถกระบะติดหลังคาของหน่วยทักษิณพัฒนา หน่วยงานของกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขชายแดนภาคใต้(กอ.สสส.จชต.) จำนวน 2 คัน ติดลำโพงขยายเสียงพร้อมป่าวประกาศไปทั่วหมู่บ้าน ฟังข้อความคร่าวๆจับใจความได้ว่าเป็นคำขอร้องให้ชาวบ้านบอกเบาะแสของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบซึ่งเข้ามาเคลื่อนไหวภายในหมู่บ้าน และ ขอให้ชาวบ้านเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ พร้อมกับต้องการสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน โดยให้ชาวบ้านออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน

          โรงเรียนบ้านกูจิงลือปะตั้งอยู่กลางหมู่บ้านพอดี บรรยากาศเงียบเหงา มีเพียงทหารหน่วยรบพิเศษชุดควบคุมที่ 954 กลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่คอยเฝ้าอยู่บริเวณลานหน้าโรงเรียน แม้วันนี้เป็นวันเสาร์ซึ่งโรงเรียนต้องปิดเรียนตามปกติ แต่มีข่าวว่าโรงเรียนแห่งนี้ถูกประกาศปิดไปอย่างไม่มีกำหนด

           มีอาคารเรียนหลักอยู่เพียง 1 หลังที่เหลือเป็นอาคารเรียนย่อยและอาคารเก็บของ ด้านข้างสนามฟุตบอลมีบ้านของครอบครัวหนึ่งที่มีทางเดินเล็กๆลัดเลาะแนวต้นไม้ไปโผล่ที่ด้านหลังมัสยิดและกุโบร์ใหญ่ และเป็นทางเดินอ้อมไปสู่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโดยไม่ต้องไปใช้ถนนใหญ่หน้าโรงเรียน

          ทางเดินเดียวกันนี้เองที่ถูกระบุว่าเป็นเส้นทางที่ชาวบ้านควบคุมตัวครูทั้ง 2 จากโรงเรียนเพื่อไปกักขังที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ก่อนจะลงมือทำร้ายในที่สุด


        ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กซึ่งมีทหารมานอนเฝ้าอยู่ตั้งแต่เมื่อคืน เป็นศูนย์ขนาดใหญ่พอสมควร มีห้องเรียนรวมทางฝั่งขวามือ ส่วนฝั่งซ้ายเป็นห้องนอนของเด็กเล็กที่แยกออกเป็น 4 ห้องรวมทั้งห้องครัว เมื่อเราเปิดประตูห้องแรกก็ถึงกับผงะ เพราะต้องพบกับกองเลือดขนาดใหญ่กระจัดกระจายไปทั่วและเริ่มแห้งกรัง ซึ่งห้องนี้นี่เองที่ใช้เป็นที่กักขังครูทั้งสอง และระหว่างที่เราเดินสำรวจสถานที่เกิดเหตุนั้นเสียงอาซานก็ดังก้องขึ้นจากมัสยิดประจำหมู่บ้าน ชายชราพร้อมชายหนุ่มหลายคนเริ่มเดินทางมาละหมาดยังมัสยิด ซึ่งใช้เวลาไม่นานนักหลังละหมาดเสร็จต่างก็แยกย้ายหายไปทันที

          เราพยายามสอบถามชาวบ้านเพื่อลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน แต่ก็ต้องผิดหวังเป็นส่วนใหญ่เมื่อชาวบ้านบอกว่าไม่รู้ไม่เห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าว มีเพียงชายชราวัยกลางคนซึ่งรับตำแหน่งภารโรงประจำโรงเรียนเท่านั้นที่พอจะบอกเล่าอะไรได้บ้าง แต่เนื่องจากเขาพูดภาษาไทยได้เพียงเล็กน้อยจึงต้องคุยกันผ่านล่าม

          เรานั่งคุยกันบริเวณร้านน้ำชาหน้าโรงเรียน ซึ่งเป็นบ้านพักของชายวัยใกล้ 60 ผู้เป็นภารโรงนั่นเอง เขาได้บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานพร้อมกับยาดน้ำตาที่เริ่มเอ่อซึมดวงตาทั้งสองข้างว่า มันเกิดขึ้นอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด ทุกอย่างในหมู่บ้านก็เป็นไปอย่างปกติเหมือนทุกวัน เพียงแต่ในช่วงเช้ามีเจ้าหน้าที่เข้ามาปิดล้อมตรวจค้น พร้อมกับควบคุมตัวชาวบ้าน 2 ราย ออกไปจากหมู่บ้าน  

          “ก่อนหน้าที่จะมีการละหมาดใหญ่ในวันศุกร์ ได้มีผู้หญิงในหมู่บ้านคนหนึ่ง เป็นภรรยาของ 1 ใน 2 ของชาวบ้านที่ถูกจับกุม ได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงของมัสยิด ในลักษณะระดมผู้หญิงในหมู่บ้านให้มารวมตัวกันที่บริเวณหน้าโรงเรียน และก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ผู้ชายในหมู่บ้านเริ่มเดินทางออกไปละหมาดที่มัสยิด”ชายชราบอกเล่าผ่านล่าม

          เขาเล่าต่อว่า “ในโรงเรียนมีผู้ชายอยู่คนเดียว คือ ผม ส่วนรักษาการ ผอ.ได้ออกไปทำธุระในตัวเมือง แต่ช่วงเที่ยงผมก็ต้องออกไปละหมาดที่มัสยิด ผู้ชายในหมู่บ้านไม่รู้เลยว่า มันจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น”

       ตามคำบอกเล่าของภารโรงระบุว่าหลังจากที่ผู้ชายทุกคนเข้าไปทำการละหมาดในมัสยิด  กลุ่มผู้หญิงที่มีจำนวนหลายคนได้เดินทางมายังที่โรงเรียนและไปควบคุมตัวครูจูหลิงขณะกำลังสอนนักเรียนอยู่ในห้องเรียน ซึ่งเธอตกใจสุดขีด เพื่อนครูทุกคนต่างทัดทานการกระทำดังกล่าวของหญิงชาวบ้าน พร้อมกับที่ร้องขอตัวครูจากกลุ่มหญิงเหล่านั้น แต่ไม่มีใครเชื่อฟัง โดยให้เหตุผลว่า ต้องการเอาไปเป็นตัวประกันแลกกับ 2 ชาวบ้านที่ถูกจับกุมตัวไป



        ทั้งหมดได้พาตัวครูสาวที่อยู่ในอาการตกใจกลัวและร้องไห้ไปตลอดทางเดินลัดออกทางฝั่งตะวันออกข้างโรงเรียนผ่านบ้านชาวบ้านลังหนึ่งที่อยู่ติดโรงเรียน  เป็นเส้นทางเดินลัดไปยังมัสยิด เพื่อผ่านต่อไปยังอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 300 เมตร นำครูสาวรายแรกไปขังไว้ในห้อง โดยมีเพื่อนครูที่เป็นมุสลิมเดินตามเพื่อที่จะพยายามข้อร้องกลุ่มหญิงเหล่านั้นไม่ให้ทำร้ายครู

         ส่วนครูไก่ หรือ ครูศิรินาถ กำลังนั่งกินก๋วยเตี่ยวอยู่ที่ร้านขายของข้างมัสยิด ก็ถูกผู้หญิงกลุ่มเดียวกันแยกมาเอาตัวไปจากร้านขายของ เพื่อไปกักขังไว้ที่เดียวกับครูจูหลิน โดยที่ขณะนั้นผู้ชายในหมู่บ้านกำลังประกอบพิธีละหมาดอยู่ในมัสยิดโดยภารโรงระบุว่าไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ เพราะขณะกำลังละหมาดไม่สามารถออกมาได้


          หลังจากที่ครูทั้ง 2 ถูกนำตัวไปแล้ว หญิงกลุ่มเดิมก็ปิดประตูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กไม่ให้เพื่อนครูที่ตามมาขอร้องให้ปล่อยครูสาวทั้ง 2 คนเข้าไป และเริ่มมีเสียงร้องออกมาจากห้องที่ครูสาวทั้ง 2 ถูกกักขัง กลุ่มหญิงได้เริ่มทำร้ายครูโดยใช้ไม้ทุบตี  ปะปนไปกับเสียงร้องไห้ของเพื่อนครูที่พยายามร้องขอชีวิตจากกลุ่มหญิงเหล่านั้น

          เป็นเวลาเดียวกับที่ผู้ชายละหมาดเสร็จทุกคนได้ออกมา เมื่อทราบเหตุจึงรีบเดินทางไปช่วยเหลือครู นายอารง  ยูโซะ ผู้ใหญ่บ้านได้พยายามช่วยเหลือโดยงัดประตูของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ก่อนเข้าไปห้ามหญิงกลุ่มนั้น และให้ชาวบ้านผู้ชายเข้าไปช่วยเหลือนำตัวครูที่ได้รับบาดเจ็บออกมาพร้อมกับพาครูขึ้นรถไปส่งยังโรงพยาบาลระแงะ  หลังจากนั้นกลุ่มผู้หญิงดังกล่าว จึงสลายตัวไป

         ภารโรงกล่าวต่อว่าหญิงกลุ่มที่ก่อเหตุก็เป็นคนในหมู่บ้านกูจิงลือปะ แต่เป็นเพียงแค่ชาวบ้านที่เป็นผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง เพราะพวกเธอต้องการให้ปล่อยตัวชายทั้ง 2 คน ที่เป็นสามีและญาติพี่น้องของพวกเขา  ไม่ใช่ชาวบ้านทั้งหมดในหมู่บ้าน ที่ก่อเหตุและรู้เห็นกับสิ่งที่เกิดขึ้น

       “ตัวผมเองรู้จักครูทั้ง 2 คนดีเป็นเพราะตัวเองก็ทำงานในโรงเรียนเป็นนักการภารโรง เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่น่าจะมาเกิดขึ้นเลย ครูสาวทั้ง 2 คน ก็เป็นรักใคร่ของชาวบ้านดี หากในช่วงเช้าหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้นจับ 2 ชาวบ้านไป แล้วทางเจ้าหน้าที่ยังคงทิ้งกองกำลังไว้ที่โรงเรียนอีกบางส่วน คงจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น”

       คำกล่าวของภารโรงทำให้เรานึกถึงกรณีชาวบ้านบุกจับตัวครูเป็นประกันที่โรงเรียนบ้านเจาะเกาะ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาสเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวคล้ายคลึงกับกรณีที่กูจิงลือปะยิ่งนัก กล่าวคือ ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้จับผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านแล้วเจ้าหน้าที่ถอนกำลังกลับไป ก่อนที่ชาวบ้านรวมตัวกันที่โรงเรียนและจับครูเป็นตัวประกันเพื่อต่อรองให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยตัวผู้ต้องหา แต่กรณีที่เจาะเกาะโชคดีกว่าที่กูจิงลือปะตรงที่ไม่มีเหตุความรุนแรงหรือการลงมือทำร้ายครู

         นั่นจึงน่าจะเป็นบทเรียนที่หลายคนคาดหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก แต่มันก็เกิดขึ้นอีกครั้งที่กูจิงลือปะ และหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าเดิม

      เราได้เดินทางไปพบปะและพูดคุยกับกลุ่มผู้หญิงที่อยู่รอบๆบริเวณโรงเรียนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เหตุที่เกิดขึ้นเธอต่างไม่รู้และไม่ได้ร่วมลงมือด้วย พร้อมกับบอกว่า “พวกฉันไม่อยู่บ้าน จึงไม่ค่อยรู้เรื่องที่เกิดขึ้น” หลังจากนั้นจึงแสดงความรู้สึกว่า

         “ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย ครูจูหลิง กับครูไก่ผิดอะไร เธอทั้งสองเป็นคนดี”

        หญิงสาวทั้งหมดกล่าวว่าที่ผ่านมาพวกเธอเห็นครูทั้งสองออกมาซื้อของและพูดคุยกับชาวบ้านเป็นประจำ เธอต่างไม่เข้าใจเหมือนกันว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในหมู่บ้านของพวกเธอได้อย่างไร

           หญิงสาวชาวบ้านรายหนึ่งบอกเล่าถึงสภาพทั่วไปของหมู่บ้านว่า “เมื่อก่อนบ้านกูจิงลือปะ ชาวบ้านอยู่อย่างสงบสุข มีอาชีพกรีดยาง หาเช้ากินค่ำ มีกินเราก็แบ่งกันกิน ใช้ชีวิตเช่นนี้ทุกวัน กลางคืนเคยมีมอเตอร์ไซค์วิ่งถึง 3 – 4 ทุ่ม มีเด็กๆวิ่งเล่นจนดึกๆ”

           หมู่บ้านแห่งนี้ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง จึงไม่เคยปรากฏว่าจะมีกองกำลังทหารเข้ามาในหมู่บ้าน แต่หลังจากนี้ทุกสิ่งทุกจะเปลี่ยนไป

        “ยังไม่รู้ว่าตัวจะได้ออกไปกรีดยางอีกเมื่อไหร่เพราะตอนนี้เขาห้ามไม่ให้ไปกรีดยางหมู่บ้านถูกปิดหมด โรงเรียนก็ปิด ไม่รู้เด็กๆจะไปเรียนที่ไหน” ผู้หญิงคนหนึ่งเปรยให้ฟัง

           ‘คอรีพะ สาและ’ วัย 11 ขวบซึ่งวิ่งเล่นอยู่ด้านหน้าโรงเรียน เราเข้าไปพูดคุยด้วยจึงรู้ว่าเธอเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของครูจูหลิง เธอบอกด้วยแววตาใสซื่อบริสุทธิ์ว่า เรียนอยู่ชั้นประถม 5 กับครูจูหลิง

           “ครูสอนวิชาศิลปะ ครูไม่เคยตี หนูจะทำงานที่ครูสั่งไม่เป็น ครูก็ไม่เคยตี”

         “สงสารครูมั้ยที่ครูถูกทำร้าย” เราถามเธอ เด็กน้อยก้มหน้านิ่งอยู่ชั่วครู่ก่อนตอบ “สงสารค่ะ”

     เรานึกข่าวครูเกือบทั้งโรงเรียนขอย้ายตัวเองออกนอกพื้นที่เพราะไม่กล้ามาสอนแล้วสะท้อนสังเวชในใจและ...หลังจากนี้คอรีพะจะได้พบกับครูจูหลิงที่เธอรักอีกหรือไม่ ไม่มีใครรู้....

-----------------------------

ณรรธราวุธ เมืองสุข
สุเมธ ปานเพชร
นาซือเราะ เจะฮะ
ศูนย์ข่าวอิศรา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

 แสดงความคิดเห็น

ขณะนี้เว็บไซท์ได้ทำการติดตั้ง ระบบป้องกันข้อความอันไม่พึงปรารถนา แบบอัตโนมัติ (Automatic Spam Messege Fillter) ซึ่งอาจจะส่งผลให้การบันทึกความคิดเห็น ในบางกรณีเกิดความผิดพลาดได้ ถ้าหากระบบปฏิเสธ การแสดงความคิดเห็นของท่าน ขอให้ท่านลองส่งใหม่อีกครั้ง ถ้าหากข้อความข้อท่าน ไม่ใช่ข้อความอันไม่พึงปรารถนา ก็จะสามารถส่งได้เป็นปกติ

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Text Color Background Color Hyperlink Image : member only Horizontal Rule
งง ยิ้มยิงฟัน หน้าบึ้ง โกรธ ง่วง กรอกตา ยิ้ม แลบลิ้น ขยิบตา เยี่ยม มาดเท่ห์
ป้อนเลข 0 ในช่อง - > เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกัน spam message
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน?  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 12 user(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla.
User count is 4564116 person(s) and 20719689 hit(s) since Jun,01 2004 , Total 449 member(s) , current hit time(s).