หน้าแรก ข่าว แหล่งงาน กระทู้ สมุดเยี่ยม
News home.


คอลัมน์ข่าว

ข่าวเลือกตั้ง [140]
ทั่วไป [444]
ศิลปวัฒนธรรม [21]
ชายแดนใต้ [122]
รัฐกิจ [10]
อาชญากรรม [102]
ข่าวการเมือง [220]
ท่องเที่ยว [94]
เศรษฐกิจ [85]
การศึกษา [74]
ข่าวแหล่งงาน [348]
สิ่งแวดล้อม [136]
กีฬา [8]
ประชาสังคม [26]
รายงานพิเศษ [65]
รายงานพิเศษ : หน้าหลัก.
ชาเจ๊ะเหม : มรดกจีนที่ชุมชนมุสลิม
โดย Pheekai@hotmail.com เมื่อ 9 พ.ย. 2548 14:44 น. ( ip )
click to view full image : jama_1.jpg , 460,461 bytes , 1280x960 pixel
ชาเจ๊ะเหม : มรดกจีนที่ชุมชนมุสลิม
ภีรกาญจน์  ไค่นุ่นนา


คาบสมุทรมลายูเป็นแผ่นดินที่ตั้งอยู่ในเส้นทางการเดินทางของ 3 ชนชาติใหญ่ๆ คือ จีน อินเดีย และคนพื้นเมือง ทำให้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นที่รวมกันของชาติพันธุ์ต่างๆ มาตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน โดยเฉพะชาวจีน ประจักษ์พยานที่ชัดเจนที่สุด คือ การดำรงอยู่ของชาวจีนที่ยังดำรงวัฒนธรรมความเป็นของตนเองไว้ หรือแม้จะอพยพออกจากแผ่นดินไทยไปแล้ว ก็ยังทิ้งมรดกไว้ให้ผู้มาทีหลังสืบทอดต่อไป

บ้านเจ๊ะเหม หมู่ 3 ต.แว้ง อ.แว้ง จ.นราธิวาส ใกล้ชายแดนมาเลเซีย เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ประชากรเพียง 1,600 กว่าคน และร้อยละ 98 เป็นชาวมลายู ที่นี่เป็นชุมชนแห่งเดียวในภาคใต้ที่ปลูกชาได้ มีกลิ่นหอม รสชาติดี เป็นเอกลักษณ์ จนเป็นที่ยอมรับให้เป็นสินค้าโอท็อบห้าดาวของจังหวัดนราธิวาส แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ ชาเจ๊ะเหมเกือบสูญพันธุ์ไปแล้วครั้งหนึ่ง

นิมาโซ นิยอ ที่ปรึกษากลุ่มสตรีผลิตชาเจ๊ะเหม เล่าว่า ชาเจ๊ะเหมเป็นชาพันธุ์อัสสัม เริ่มนำมาปลูกที่บ้านเจ๊ะเหม ราว พ.ศ.2330 สมัยที่บ้านเจ๊ะเหมยังชื่อว่าบ้านรายอจอแม มีเรื่องเล่าว่า ชาวจีนเป็นผู้นำพันธุ์ชามาจากประเทศจีน แล้วนำมาปลูกที่บ้านเจ๊ะเหมเพื่อดื่มกินกันในครัวเรือน บางครอบครัวก็ปลูกเพื่อขายให้ชาวจีนที่ไปขุดทองยังภูเขาโต๊ะโม๊ะ
เขา บอกว่า ชาวจีนชอบดื่มชารสจืดๆ เรียกว่า แตออชอง หรือชาเปล่า ส่วนชาวมลายูชอบดื่มกาแฟที่มีรสหวานผสมกับน้ำตาลโตนด แต่เทคนิคการคั่วนั้น ชาวจีนมีความชำนาญมากกว่า ชาวจีนจึงมีบทบาทสำคัญในการค้าชาและกาแฟ สมัยที่ชาวจีนเป็นใหญ่ในบานาจอแม ได้เปลี่ยนเป็นบานาจีมุ้ย กระทั่งภูเขาโต๊ะโม๊ะมีความเจริญขึ้น ชาวจีนเริ่มอพยพออกจากบานาจีมุ้ยไปตั้งถิ่นฐานที่ภูเขาโต๊ะโม๊ะ การดื่มชาก็ค่อยๆ ลดลงไปตามลำดับ

“เมื่อชาวจีนอพยพออกจากบานาจีมุ้ยชาวมลายูได้อพยพเข้ามาเป็นใหญ่แทนที่ ต้นชา ต้นกาแฟก็กลายเป็นต้นไม้ธรรมดา และไม่มีผู้สนใจ แต่ต้นกาแฟอาจจะโชคดีหน่อย เพราะมีบางครอบครัวนำกาแฟมาผลิตเป็นเครื่องดื่มในครัวเรือน ส่วนต้นชาถูกแผ้วถางและชาวบ้านปลูกพืชอื่นทดแทน จนให้ชาเกือบสูญพันธุ์ ขณะเดียวกันชาแดงจากมาเลเซีย ก็เริ่มเข้ามาแทนที่ชาจีน จึงไม่ค่อยมีใครหันมามองชาที่บ้านเจ๊ะเหมอีกเลย” นายนิมาโซ กล่าวและว่า

จนถึง พ.ศ.2530 คณะกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งมีผู้ใหญ่บ้านในขณะนั้นได้เห็นถึงความสำคัญของชาจีนที่ขึ้นในสวนยางพารา สวนผลไม้ และเกรงว่าพันธุ์ชาที่เคยสร้างชื่อเสียงให้หมู่บ้านในอดีตจะสูญพันธุ์ จึงได้รณรงค์ให้ประชาชนในหมู่บ้านปลูกต้นชา โดยเฉพาะการปลูกเป็นรั้วบ้าน เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของบ้านเจ๊ะเหม

ต้นชาที่บ้านเจ๊ะเหมแปลกกว่าต้นชาที่ภาคเหนือ คือ ต้นชาที่บ้านเจ๊ะเหม จะขึ้นในสวนผลไม้ สวนยางพารา ปะปนกับวัชพืชอื่นๆ ไม่ได้ปลูกแบบอุตสาหกรรมชาเหมือนภาคเหนือ ดังนั้นต้นชาที่บ้านเจ๊ะเหมจึงเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ หากไม่ได้มีการอนุรักษ์กันอย่างจริงจัง ระยะหลังชาวบ้านหลายคนเห็นว่าชาเจ๊ะเหมเป็นพืชที่ให้ประโยชน์ สามารถปลูกเป็นอาชีพเสริมได้ จึงเริ่มขยายพันธุ์ปลูกไว้หน้าบ้าน-หลังบ้าน บริเวณทางเดิน ริมคลอง ริมสวน เมื่อต้นชาเริ่มแตกยอดก็เริ่มเก็บขายให้กับกลุ่มสตรีผลิตชาเจ๊ะเหม

ถึงแม้จะมีการส่งเสริมให้มีการปลูกต้นชาทุกครัวเรือน แต่ก็พบว่าชาวบ้านให้ความสนใจน้อยมาก จากการสำรวจของชาวบ้าน พบต้นชาเพียง 5,000 ต้น จากในอดีตที่มีมากถึง 100,000 ต้น ต่อมาปี พ.ศ.2542 ผู้หญิงในบ้านเจ๊ะเหม ซึ่งรวมตัวกันเป็นกลุ่มออมทรัพย์ โดยการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแว้ง จำนวน 76 คน ร่วมกันสำรวจต้นชาในหมู่บ้าน พบมีต้นชาลดลงเหลือราว 3,000 ต้น ต่อจากนั้นได้เสนอของบประมาณสนับสนุนจากโครงการกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก และ UNDP ผ่านศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต.(เดิม) เพื่อของบประมาณไปศึกษาดูงานการแปรรูปชาที่บ้านน้ำกลืน ตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงใหม่

หัสนี ดาหามะ บอกว่า หลังจากกลับมาสมาชิกกลุ่มมีความตื่นตัว มีความหวัง และได้นำความรู้ที่ได้จากการศึกษาดูงานดังกล่าว กลับมาส่งเสริมการปลูกชาเจ๊ะเหม หลายคนเริ่มปลูกต้นชาตามรั้วบ้าน ปลูกผักสวนครัวในสวนยางพารา สวนผลไม้ และได้แปรรูปใบชาให้เป็นสินค้าชุมชน ซึ่งสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับบ้านเจ๊ะเหมอย่างมาก แต่จำนวนต้นชาที่มีในบ้านเจ๊ะเหมก็ยังไม่เพียงพอ ต่อความต้องการของกลุ่มและตลาด

ด้วยความช่วยเหลือของหลายหน่วยงาน ปัจจุบันกลุ่มสตรีผลิตชาเจ๊ะเหม มีสมาชิกเพิ่มกว่า 100 คน เป็นกลุ่มเดียวที่ส่งเสริมการปลูกชา และแปรรูปชาอย่างจริงจัง และได้ดำเนินการสร้างโรงเรือนเพื่อเพาะชำกล้าต้นชา กว่า 200,000 ต้น เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ชาเจ๊ะเหม และส่งเสริมอาชีพให้กับสมาชิกในกลุ่ม หลังจากกล้าต้นชาแข็งแรง กลุ่มจะกระจายต้นกล้าชาเหล่านี้ ไปยังสมาชิกต่อไป

ปัจจุบันชาเจ๊ะเหม เป็นทุนทางสังคมอีกอย่างหนึ่งของชุมชนมุสลิม คงไม่สูญพันธุ์ไปอย่างแน่นอน เพราะมีกลุ่มผู้หญิงที่มุ่งมั่นและขยันขันแข็งช่วยรักษาให้มรดกของชุมชนยังคงอยู่ต่อไป

ทั้งนี้นอกจากต้นชาแล้ว ที่บ้านเจ๊ะเหม ต.แว้ง อ.แว้ง จ.นราธิวาส ยังมีหลักฐานแสดงความเป็นมาอันยาวนานของชุมชนหลายแห่ง เช่น บริเวณที่ตั้งวังเจ้าเมืองนราธิวาสเดิม คลองสายประวัติศาสตร์ที่เป็นทางผ่านและที่พักสินค้าก่อนไปขุดทองที่เหมืองทองโต๊ะโม๊ะ กุโบร์โบราณ 2 แห่ง รวมไปถึงนาของเจ้าเมือง หรือที่เรียกว่า บานารายอจอแม (ชาวบ้านเรียกผืนนาแห่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน แม้ผืนนาจะแปลงสภาพเป็นทุ่งเลี้ยงวัวแล้วก็ตาม ชาวบ้านเชื่อว่า เป็นที่นาที่เจ้าของอนุญาตให้ประชาชนใช้ทำมาหากิน) ที่ฝั่งศพชาวจีน ซึ่งโบราณสถานหลายแห่งดินได้ทับถม จนแทบมองไม่เห็นรากฐานที่มาของชุมชนแล้ว


Comment #1
มะแอ
Guest
Posted : 29-1-2551 18:42:51 ip : 118...16

น่าเสียดายท่ทางหน่วยงานของรัฐไม่มีการรื้อฟื้น,ส่งเสริม,สนับสนุนเอกลักษณ์ของบ้านเจ๊ะเหมให้คงอยู่ต่อไป เพราะขณะนี้ใกล้จะสูญพันธ็เข้าไปทุกที
 แสดงความคิดเห็น

ขณะนี้เว็บไซท์ได้ทำการติดตั้ง ระบบป้องกันข้อความอันไม่พึงปรารถนา แบบอัตโนมัติ (Automatic Spam Messege Fillter) ซึ่งอาจจะส่งผลให้การบันทึกความคิดเห็น ในบางกรณีเกิดความผิดพลาดได้ ถ้าหากระบบปฏิเสธ การแสดงความคิดเห็นของท่าน ขอให้ท่านลองส่งใหม่อีกครั้ง ถ้าหากข้อความข้อท่าน ไม่ใช่ข้อความอันไม่พึงปรารถนา ก็จะสามารถส่งได้เป็นปกติ

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Text Color Background Color Hyperlink Image : member only Horizontal Rule
งง ยิ้มยิงฟัน หน้าบึ้ง โกรธ ง่วง กรอกตา ยิ้ม แลบลิ้น ขยิบตา เยี่ยม มาดเท่ห์
ป้อนเลข 0 ในช่อง - > เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกัน spam message
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน?  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 10 user(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla.
User count is 4564113 person(s) and 20719677 hit(s) since Jun,01 2004 , Total 449 member(s) , current hit time(s).